ดูทีวี

ผู้เขียน หัวข้อ: รูปคนเย็ดกัน  (อ่าน 370 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ หนังโป๊ xxx

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 115125
  • Karma: +0/-1
    • ดูรายละเอียด
รูปคนเย็ดกัน
« เมื่อ: ตุลาคม 11, 2012, 01:40:42 AM »
รูปคนเย็ดกัน เย็ดเมียเพื่อน รูปคนเย็ดกัน รูปคนเย็ดกัน“ชั้นบอกแกกี่ครั้งกี่หนแล้ว ว่าให้สอบให้ได้แล้วทีนี้เป็นไง ไม่ได้อะไรเลยซักอย่างชั้นควรจะร้องไห้แทนแกดีมั๊ยเนี่ย”เสียงเรียบ เย็นชาผ่านริมฝีปากบางเฉียบที่ดังจากด้านหลังของผมทำให้สมองของผมมึนงงไปหมดหางตาเหลือบไปมองผู้ที่ยืนค้ำหัวผมอยู่ข้างหลังผมนิ่งฟังเสียงประชดเหน็บแนมที่ยังคงดังอยู่เหมือนไม่มีวันจบ.............................................................ผมนึกไม่ออกเลยว่าตัวเองทำอะไรผิด ตั้งแต่เข้าเรียนม.1ผมทำทุกอย่างตามที่แม่อยากให้เป็นแต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรที่ได้ดั่งใจแม่ซักอย่างแม่คาดหวังว่าผมจะทำกิจกรรมเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆและคุณครูที่โรงเรียนผมก็พยายามทำทุกอย่าง ถึงแม้จะไม่ประสบความสำเร็จแต่ผมก็พยายามแล้ว...จนเมื่อผมอยู่ม.6 แม่อยากให้ผมสอบเข้าคณะแพทย์ทั้งๆที่ผมพยายามบอกแม่แล้วว่าผมไม่อยากเป็นหมอแต่ดูเหมือนว่าคำอุทธรณ์ของผมจะไม่มีผลกับแม่แต่อย่างใดคำขาดของแม่ก็คือ...“แกต้องสอบเข้าแพทย์ให้ได้ ไม่อย่างงั้นชั้นก็ไม่มีลูกอย่างแก...”คำพูดของแม่เหมือนประกาศิต ผมไม่กล้าที่จะโต้แย้งอะไรอีกพยายามเรียนกวดวิชาและอ่านหนังสืออย่างหนักเพื่อให้ทุกอย่างเป็นได้อย่างที่แม่ต้องการ...แต่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ใช่ว่าเพียงแค่อยากเข้าเรียนก็ได้เรียน สำหรับผมมันเป็นการสอบที่หนักที่สุดตั้งแต่เกิดมาเพราะผมไม่ได้แข่งเพื่อหาความรู้ให้กับตัวเองอย่างเดียวแต่ยังต้องแข่งกับคนอีกเป็นหมื่นเป็นแสนที่ก็ต้องการเข้าไปเรียนต่อเหมือนกับผม.............................................................ตั้งแต่จำความได้ ผมก็อยู่กับแม่เพียงสองคนทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต แม่เป็นคนจัดการให้ผมเกือบทั้งหมดซึ่งก็ต้องยอมรับว่าแม่คิดถูกแล้วที่มีอาชีพเป็นอาจารย์เพราะด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยน้ำเสียงเย็นชาและกิริยาการเดินเนิบๆเพียงแค่นี้ก็ทำให้นักเรียนที่มีแนวโน้มจะเกเรต่างหัวหดกันหมด ซึ่งก็ไม่ได้ยกเว้นผมแต่อย่างใดตั้งแต่เด็กมาผมจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่แม่ยิ้มให้ผมน่ะเมื่อไหร่และจำไม่ได้แล้วว่าโดนแม่ตีกี่ครั้งกี่หนบางครั้งก็เพียงแค่เพราะว่าทำการบ้านผิดหรือไม่ก็ดูโทรทัศน์นานไปหน่อยผมไม่เคยได้แสดงความคิดเห็นหรือแสดงความต้องการอะไรให้แม่เห็นเลยเพราะแม่ไม่เคยฟังและไม่เคยที่จะสนใจความคิดใดๆของผมทั้งสิ้นสิ่งที่ได้ยินได้ฟังจนชินก็คือแม่สอนเด็กให้ได้ดีหลายคนแล้ว ทำไมจะสอนลูกให้ได้ดีไม่ได้แต่มันเหมือนกับว่าแม่จะเข้มงวดกับผมจนแทบไม่เป็นตัวของตัวเองเพื่อนแต่ละคนของผม จะต้องถูกแม่ซักถามก่อนที่จะคบด้วยเสมอเพราะกลัวว่าเพื่อนเหล่านั้นจะมาชักจูงให้ผมออกนอกลู่นอกทางจนบรรดาเพื่อนของผมต่างถอยห่างจากผมจนเกือบไม่มีเพื่อนเหลืออยู่เลยคงเหลือเพื่อนบางคนที่ผมต้องแอบคบอยู่เพราะกลัวว่าแม่จะเข้ามาวุ่นวายจนเพื่อนกลุ่มสุดท้ายนี้ต้องเลิกคบกันไปอีกซึ่งความอึดอัดนี้มันสะสมอยู่กับผมมาเป็นเวลาหลายสิบปีจนกระทั่งถึงวันนี้.............................................................“แล้วทีนี้จะทำยังไงต่อ...” เสียงเย็นชาของแม่ดังขึ้นอีก“...ไม่ต้องเรียนดีมั๊ย ชั้นจะเอาแกไปฝากครูใหญ่ให้ช่วยรับแกเข้าไปเป็นภารโรงของโรงเรียนบอกตรงๆว่าชั้นคิดผิดจริงๆรู้อย่างนี้เอาขี้เถ้ายัดปากแกตั้งแต่เด็กๆก็ดีแล้ว”คำพูดของแม่ทำให้ผมสะอึกทำไมแม่ต้องกดดันผมหนักขนาดนี้ด้วย“นี่ถ้าพ่ออยู่...” ผมเอ่ยขึ้น แต่แม่ตัดบทเสียงดัง“ไม่ต้องพูดถึงพ่อแกเลย...” เสียงเย็นชาของแม่เข้มขึ้น“...แกนั่นแหล่ะที่ทำให้พ่อแกออกจากบ้านไปยังมีหน้าไปพูดถึงมันอีก”“แต่..” ผมจ้องหน้าแม่เพราะไม่เคยได้ยินเรื่องของพ่อมาก่อนไม่รู้ด้วยว่าเกี่ยวอะไรกับผม“พอแล้ว...” แม่ตัดบท “...ชั้นไม่พูดเรื่องนี้กับแกอีกรู้ไว้ซะด้วยว่าชั้นทนเลี้ยงแกมาเนี่ยก็เพราะอยากให้พ่อของแกรู้ว่าชั้นก็มีปัญญาเลี้ยงแกได้แต่แกกลับทำตัวไม่ได้เรื่องเหมือนพ่อแกแกไม่มีอะไรที่เหมือนชั้นซักนิดนี่ถ้าชั้นไม่ได้เบ่งแกออกมาเองนะชั้นคงไม่เชื่อหรอกว่าแกเป็นลูกของชั้น”ประโยคสุดท้ายของแม่ทำให้ความอดทนของผมถึงขีดสุดผมลุกออกจากเก้าอี้ในห้องและเดินออกจากห้องไปทันที“จะไปไหน...แกยังไม่ไหนไม่ได้ ชั้นยังพูดไม่จบ”แม่ตะโกนไล่หลังมา แต่ผมไม่สนใจจะฟังอีกแล้ว..............................................................................ผมเดินออกมาจากบ้านตรงไปหน้าปากซอยซึ่งเป็นที่สิงสถิตของบรรดาเพื่อนๆกลุ่มสุดท้ายของผมเพราะเพื่อนที่โรงเรียนหรือเพื่อนที่อื่นต่างถูกแม่ของผมถามโน่นถามนี่จนหนีผมไปหมดแล้วซึ่งก็เป็นไปตามคาดเพราะพวกมันนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟกันครบหน้าเพราะแต่ละคนก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากจะมานั่งสุมหัวกันอยู่ที่นั่นทั้งวัน...............................................................................“มึงก็เลยเดินหนีออกมาจากบ้าน...”เปี๊ยกถามพลางหัวเราะเสียงดังลั่นเพื่อนคนอื่นๆที่นั่งอยู่ด้วยก็พลอยหัวเราะไปด้วย“...แค่เนี้ย?”“มึงจะให้กูทำยังไงล่ะ...” ผมพูดเสียงหงุดหงิดเพราะหวังว่ามาคุยกับเพื่อนๆที่ร้านกาแฟหน้าปากซอยแล้วจะสบายใจขึ้นแต่กลับกลายเป็นว่าโดนพวกมันหัวเราะเยาะอีก“เป็นกู กูไม่ยอมเว้ย...”ไอ้เติมพูดพลางหัวเราะก่อนจะจ้องหน้าผม“...มีอย่างที่ไหนวะ ด่าเอาๆ อยากเป็นหมอก็มาเรียนเองสิวะ”“แล้วกูจะทำยังไงดีเนี่ย...”ผมพูดด้วยความกลุ้มใจเพราะไม่รู้จะทำยังไงต่อมองเหม่อไปบ้านตัวเองที่เห็นอยู่ลิบๆหางตาเหลือบเห็นพวกมันมองสบตากัน“แม่มึงเครียดมาก...” เสียงไอ้เปี๊ยกพูดเบาๆ“มึงไปหาวิธีให้แม่มึงลดความเครียดหน่อยเถอะ”“กูก็เห็นแม่กูเครียดมาตั้งแต่กูเกิดแล้ว...” ผมบ่น“...ไม่รู้จะทำยังไงนี่หว่า”“ไม่ต้องห่วง...” เปี๊ยกตบไหล่ผมเบาๆ“...พวกกูเป็นเพื่อนมึง มึงไม่สบายใจพวกกูก็พลอยไม่สบายใจไปด้วย เอ้านี่...”มันพูดพลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบซองพลาสติกเล็กๆขึ้นมาซองนึง ชูที่หน้าของผม“...นี่เป็นยาแก้เครียดพวกกูเก็บไว้ใช้เวลาที่มีเรื่องกลุ้มใจมึงเอาไปให้แม่มึงกิน รับรองว่าหายเครียด บอกไว้ก่อนนะโว้ยนี่ของแพงนะ ถ้าไม่รักกันจริง กูไม่ให้มึงหรอก”“แล้วแม่กูจะยอมกินเหรอวะ...” ผมยื่นมือไปรับภายในซองมีผงสีขาวอยู่ค่อนถุง“...กูยังไม่เคยเห็นแม่กูกินยาอะไรเลยแล้วเดี๋ยวเค้าถามว่าเอามาจากไหน กูขี้เกียจอ้างถึงพวกมึง”“มึงก็ไม่ต้องให้แม่มึงรู้สิ...” เติมพูดเบาๆ“...กูรับรองแทนไอ้เปี๊ยกเลย พอแม่มึงกินยาแล้วนะรับรองจะรักมึงมากเลยล่ะ แล้วต่อไปจะไม่หาเรื่องด่าหรือขัดใจอะไรมึงอีกเลย เชื่อกูสิ”“ไม่เป็นอันตรายนะมึง” ผมคาดคั้น“กูจะหลอกมึงทำห่าอะไรวะ...” เปี๊ยกทำเสียงจริงจัง“...ถ้ามันกินแล้วตาย กูจะเอาติดตัวไว้ทำห่าอะไรมึงนี่คิดโง่ๆ”ผมพยักหน้ามองหน้าพวกมันสลับกันไปมาพลางคิดว่ายาที่พวกมันให้ก็คงไม่พ้นพวกยาอีหรือยากล่อมประสาทเพราะพวกมันเป็นเด็กข้างถนนจะเอายาแก้เครียดจริงๆมาจากที่ไหน...บางที...บางทีนะ ถ้าแม่ได้กินยาพวกนี้สักครั้งอาจจะดีขึ้นก็ได้ เพราะแม่ดูเครียดอยู่ตลอดเวลาถ้าได้ผ่อนคลายลงบ้างอาจจะดีขึ้นก็ได้ความคิดของผมเวลานั้นอะไรก็ได้ที่ทำให้แม่เลิกวุ่นวายกับผมซักทีผมคิดพลางมองหน้าพวกมันอีกครั้ง................................................................“เมื่อกี้ผมขอโทษครับที่เดินออกจากบ้านไป”ผมยืนอยู่หน้าแม่ที่กำลังเตรียมอาหารเย็น“ไม่เป็นไร แกไปอาบน้ำแล้วเตรียมลงมากินข้าวได้แล้วมีอะไรไว้เดี๋ยวค่อยคุยกันหลังกินข้าว”เสียงของแม่ยังเย็นชาเหมือนเดิมผมมองหน้าแม่อีกครั้งก่อนจะเดินไปอาบน้ำกลับลงมาจากอาบน้ำ แม่ก็ขยับตัว“กับข้าวเสร็จแล้ว ชั้นไปอาบน้ำก่อนแกจะกินก่อนหรือรอก็ตามใจนะ” โดยไม่รอฟังคำตอบแม่เดินขึ้นไปข้างบนทันทีผมมองตามร่างที่เดินขึ้นไปชั้นบนนิ่งคิดอะไรอีกครั้งก่อนจะหยิบซองพลาสติกขึ้นมาและเทผงสีขาวลงไปในแก้วน้ำของแม่เกือบครึ่งนึงผมใช้ปลายช้อนคนจนผงเหล่านั้นละลายเป็นเนื้อเดียวกับน้ำและนั่งรอแม่ลงมาทานข้าวพร้อมกัน....................................................................ผมนั่งกินข้าวกับแม่ ตาก็คอยเหลือบมองแม่อยู่ตลอด“เป็นอะไร กินไปสิเดี๋ยวเสร็จแล้วเราค่อยขึ้นไปคุยกันข้างบน”แม่พูดพลางยกแก้วน้ำที่ผมผสมยาแก้เครียดขึ้นดื่มจนหมดแก้ว“ครับ” ผมตอบสั้นๆ หวังว่าถ้าแม่ได้พักอย่างเต็มที่บางทีแม่อาจจะอารมณ์ดีขึ้นบ้าง...แม่นั่งเฉยๆซักพักก็เอ่ยปากขึ้นทำให้ความหวังของผมดับวูบลง“เดี๋ยวกินเสร็จแล้วตามชั้นขึ้นไปข้างบนนะจะเอายังไงต่อก็พูดให้รู้เรื่องวันนี้แหล่ะ”แม่พูดจบก็ลุกขึ้นจากโต๊ะกินข้าวและเดินขึ้นข้างบนโดยไม่หันมามองผมอีกผมนั่งสะอึกอยู่ในใจ อิ่มตื้อเดี๋ยวนั้นเลยนั่งฟุ้งซ่านอยู่ซักพักก็ตัดสินใจลุกขึ้นจากโต๊ะกินข้าวแล้วเดินตามแม่ขึ้นไปที่ห้องของแม่.....................................................................“แกจะทำยังไงต่อ”เสียงของแม่ยังเย็นเฉียบอย่างเสมอต้นเสมอปลายในความคิดผมยาของไอ้พวกนั้นคงไม่ได้ผล แม่นั่งอยู่บนเตียงส่วนผมยกเก้าอี้มานั่งอยู่ต่อหน้าแม่“ผม...” ผมไม่รู้จะพูดอะไร “...ผมแล้วแต่แม่ครับ”แม่พยักหน้า ใบหน้าเรียบเฉยจากนั้นก็เริ่มด่ากรอกหูของผมเหมือนทุกครั้งจนผมอยากจะเอามืออุดหูแล้ววิ่งหนีออกไปจากห้องแม่แต่ก็รู้ว่าทำอย่างนั้นไม่ใช่วิธีที่ฉลาด เพราะยังไงซะผมก็หนีแม่ไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว“ชั้นพยายามจะให้แกมีอาชีพการงานที่ดีก็เลยอยากให้แกเรียนแพทย์ แทนที่แกจะพยายามแกดันไม่ยอมตั้งใจเรียน เอาแต่เล่นทั้งวัน...”แม่พูดเสียงเรียบๆแต่เชือดเฉือนตามสไตล์“...แก...แก..ถ้าแก..อืมม...ถ้าแกตั้งใจจริงซักหน่อยนะ...อืมม...”จู่ๆแม่ก็พูดตะกุกตะกัก เสียงที่เคยเย็นชาเริ่มสั่นใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีชมพูจางๆขนลุกชันไปทั้งตัวจนสังเกตเห็นได้แม่เอามือกุมขมับเหมือนกับจะเป็นลม“แม่ เป็นอะไรครับ”ผมถามด้วยความตกใจเพราะไม่เคยเห็นแม่เป็นอย่างนี้มาก่อน“ชั้นไม่ได้...เป็นอะไร...” แม่ตวาดขึ้นแต่เสียงที่ออกจากปากกลับสั่นระริกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“...ชั้น..ยังพูด....ไม่จบ...”ผมดูด้วยความมึนงง ถ้ายาของไอ้พวกนั้นออกฤทธิ์จริงแม่ต้องมีท่าทางผ่อนคลายสิ ไม่ใช่ดูกระวนกระวายอย่างนี้“ชั้น...” แม่พยายามจะพูดต่อ แต่ก็ต้องก้มหน้านิ่งเสียงลมหายใจเข้าออกดังหนักหน่วงคล้ายกับพยายามควบคุมอารมณ์อยู่ใบหน้าที่ระเรื่อเป็นสีชมพูในตอนแรกนั้นบัดนี้ได้แดงกล่ำไปจนถึงต้นคอร่างที่นั่งอยู่บนเตียงก้มหน้า พยายามหายใจเข้าออกช้าๆเบียดต้นขาทั้งสองข้างไปมาช้าๆจนชุดนอนที่แม่สวมอยู่ยับย่นไปด้วยแรงบิดนั้น“ทำไมเป็นอย่างนี้...” เสียงแม่พึมพำกับตัวเองซึ่งผมฟังไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไรรู้อยู่แต่ว่าอาการของแม่เหมือนคนไม่สบายแต่ก็ไม่เคยเห็นมาก่อนร่างของแม่ก้มหน้าอยู่อย่างนั้นซักพักก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างรุนแรง “...ไม่ไหว...แล้ว...”เสียงแม่พึมพำเบาๆ“เอก...” แม่เงยหน้าเรียกผม เสียงที่ผ่านริมฝีปากออกมาทำให้ผมต้องเงี่ยหูฟังอย่างแปลกใจเพราะไม่เคยได้ยินแม่เรียกผมด้วยเสียงนุ่มนวลขนาดนี้มาก่อนแววตาที่แม่มองมานั้นเปล่งประกายบางอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนมันหยาดเยิ้มจนผมต้องก้มหน้าหลบสายตาของแม่“ครับ” ผมขานรับเบาๆอย่างไม่รู้จะทำยังไง“แม่เป็นอะไรก็ไม่รู้...” เสียงอ่อนนุ่มแหบพร่านั้นสั่นคลอนประสาทผมอย่างรุนแรงเพราะมันเจือไปด้วยสำเนียงที่เร่าร้อนจนแม้แต่คนที่ไม่เคยผ่านประสบการณ์เรื่องผู้หญิงมาก่อนอย่างผมก็ยังรู้สึกได้“...มันเป็นมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลย เอก”“แม่..แม่เป็นอะไรล่ะครับ” ผมพยายามถามเสียงตะกุกตะกักแล้วก็ต้องใจหายวาบเพราะแม่ขยับมือทั้งสองข้างลูบไล้ต้นขาของตัวเองอย่างแผ่วเบา “แม่...แม่อึดอัด......ทำไมเป็นอย่างนี้แม่...แม่ทน...ทนไม่ไหวแล้ว” เสียงสั่นระริกร่างที่นั่งอยู่บนเตียงค่อยๆบิดกายไปมาช้าๆสองมือที่ลูบไล้ต้นขาค่อยๆขยับเลื่อนขึ้นมาด้านบนจนฝ่ามือทั้งสองข้างสัมผัสกับเต่งเต้าที่อยู่ภายใต้เสื้อนอน“แม่...” ผมอุทานเสียงหลง เพราะไม่คิดว่าจะเห็นภาพอย่างนี้ร่างที่นั่งลูบไล้เรือนร่างของตัวเองอยู่บนเตียงบิดกายไปมา หลับตาพริ้ม ใบหน้าแดงกล่ำเสียงหอบหายใจของแม่ทำให้ผมขนลุกไปหมดทั้งตัวเพราะมันแหบพร่าอย่างยั่วยวนยังไงบอกไม่ถูกสองมือที่ลูบไล้เต่งเต้านั้นขยับขึ้นไปบนไหล่ของตัวเอง“แม่...” ผมอุทานอีกครั้ง เมื่อแม่ปลดสายชุดนอนออกจากร่างผิวกายขาวผ่องของแม่สว่างวาบขึ้นต่อหน้าต่อตาผมด้วยวัยย่างเข้า 40 ของแม่ ถึงจะไม่ใช่สาวแรกรุ่นแต่ผิวกายที่ขาวเนียน บวกกับการรักษาเนื้อรักษาตัวของแม่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างภายในร่างของแม่ยังคงเต่งตึงจนดูอ่อนวัยกว่าอายุจริงทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่สองตาของผมจ้องมองร่างของแม่ตาแทบถลนและทั้งๆที่รู้ว่าไม่เหมาะสมแต่ท่อนเนื้อที่อยู่ในกางเกงดันแข็งตัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่สายตามองลาดลงมาจากลำคอที่ขาวผ่องเห็นสองเต้าที่เคลื่อนคล้อยลงบ้างตามอายุแต่ยังคงรูปไว้ไม่คล้อยยานจนเสียสภาพแต่อย่างใดป้านสีน้ำตาลจางๆประดับปลายยอดด้วยหัวนมสีน้ำตาลอ่อนพุ่งชูชันขึ้นมาราวกับเม็ดบัวขนาดย่อมสองมือของแม่ปาดเสื้อนอนลงมากองอยู่ที่เอวก่อนจะวกฝ่ามือขึ้นลูบไล้และขยำขยี้สองเต้าช้าๆแต่หนักหน่วงพลางบีบบี้หัวนมที่แข็งชันนั้นเบาๆเสียงครางที่หลุดออกมาจากแม่ทำให้ผมแทบคลั่ง“แม่...เป็นอะไร”สำนึกสุดท้ายสั่งให้ผมถามแม่ที่นั่งแอ่นร่างบีบเคล้นเต่งเต้าตอนนี้อย่าว่าแต่แม่เลยที่บิดไปมาผมก็นั่งบิดขาไปมาอย่างทำอะไรไม่ถูกเหมือนกันท่อนเนื้อข้างในดันกางเกงนอนจนแทบทะลุ“เอก...” เสียงเรียกของแม่ไม่ดังไปกว่าเสียงครางนั้น“...มานี่”“ผม...” ผมลังเล ร่างที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมในขณะนี้ทำให้ผมตัวแข็งไปหมดทั้งร่าง โดยเฉพาะท่อนเนื้อในกางเกงเหงื่อซึมทั่วแผ่นหลัง“แม่บอกให้มานี่ไง...” เสียงเหมือนพยายามจะดุแต่กระแสเสียงนั้นราวกับจะเชิญชวนเสียมากกว่าฝ่ามือทั้งสองของแม่เปะปะไปมาบนเต้านมอ่อนนุ่มก่อนจะค่อยๆป่ายผ่านหน้าท้องลงมา“แม่...” ผมอ้าปากค้างอีกครั้งเมื่อร่างที่นั่งอยู่ต่อหน้านั้น ขยับเอวขึ้นเพียงนิดก่อนจะดันชุดนอนที่กองอยู่ตรงเอวให้เลื่อนลงไปกองอยู่ที่ปลายเท้าสองขาที่เบียดเสียดบิดไปมานั้นค่อยๆถ่างกว้างออกจนเป็นรูปตัววีสาบานได้ว่าตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยเห็นแม่ในสภาพที่เปล่าเปลือยมาก่อนเลยเกือบทุกครั้ง ถ้าไม่ใช่ชุดนอนก็เป็นชุดอยู่บ้านหรือไม่ก็เป็นชุดที่ใส่ออกไปสอน...แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นร่างเปลือยเปล่าของแม่อย่างเต็มตาขนาดนี้สายตาที่จับจ้องอยู่บนเต่งเต้าขนาดค่อนข้างใหญ่เลื่อนผ่านหน้าท้องลงไปจนถึงเนินเนื้อที่มีเส้นไหมดำสนิทปิดคลุมแผ่ทั่วหน้าขาแม่เงยหน้าหลับตาพริ้ม แก้มแดงกล่ำ ฝ่ามือลูบไล้ขยำขยี้บนเนินเนื้อจนเส้นไหมดำยุ่งเหยิงไปหมดฝ่ามืออีกข้างก็วกกลับขึ้นไปบีบเคล้นสองเต้าอย่างหนักหน่วงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงขึ้น“แม่สั่งให้มานี่...” เสียงแหบพร่าดังขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้ราวกับถูกมนต์สะกด ผมค่อยๆลุกขึ้นยืนก้าวไปยืนอยู่หน้าร่างของแม่ที่กำลังนั่งอยู่ตรงขอบเตียง“เอก..” เสียงหยาดเยิ้มอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนดังขึ้น“...ช่วยแม่...ด้วย...แม่...ไม่...ไม่ไหวแล้ว...”ผมสะดุ้งทั้งตัวเพราะร่างของแม่ที่กำลังเคล้นคลึงเรือนร่างของตัวเองนั้นขยับตัวมาประชิดร่างที่กำลังยืนอยู่ของผมและโดยที่ยังไม่ทันตั้งหลักแม่ก็จับขอบกางเกงนอนซึ่งเป็นกางเกงยืดของผมและรูดลงไปกองกับพื้นทันที“แม่...” ผมร้องเสียงหลง งอตัวด้วยความเคยชินเพราะผมไม่เคยใส่กางเกงในเวลานอนมาก่อน ดังนั้นเมื่อแม่รูดกางเกงผมออกจากร่างท่อนเนื้อที่แข็งชันเนื่องจากภาพที่เห็นต่อหน้าจึงดีดพุ่งไปข้างหน้าจนแทบชนกับใบหน้าของแม่ที่ก้มลงมาระหว่างที่รูดกางเกงนอนผมออก...“อยู่เฉยๆ...” เสียงแหบพร่านั้นยังคงสั่งอยู่สองมือของแม่ปราดเข้ามาลูบไล้หน้าท้องของผมจนผมเสียววาบไปทั้งตัวมือนั้นป่ายเปะปะจนสัมผัสท่อนเนื้อแข็งเกร็งที่ตั้งขนานกับพื้นเนื่องจากความเสียวที่ได้รับผมสะดุ้งไปทั้งร่างเพราะอุ้งมือที่อ่อนนุ่มของแม่คว้าที่ดุ้นเอ็นขนาดพอดีมือมืออีกข้างหนึ่งของแม่โอบสะโพกของผมและดึงตัวเข้าไปจนยืนจ่อท่อนเนื้ออยู่ตรงกับใบหน้าของแม่“แม่...” ผมอุทานเสียงหลงเมื่อร่างที่นั่งอยู่บนขอบเตียงก้มหน้าลงมาที่ดุ้นเอ็นและตวัดลิ้นเลียจนรอบก่อนจะอ้าปากอมท่อนเนื้อเข้าไปในปากจนแทบถึงโคน ผมเสียววาบขนลุกไปหมดทั้งตัวริมฝีปากที่ร้อนผ่าวผสมกับปลายลิ้นที่ตวัดไล้เลียไปมาทำให้ผมต้องแอ่นตัวขึ้นรับความเสียวที่ได้รับอย่างไม่นึกไม่ฝันมาก่อนร่างของแม่ที่ก้มหน้าก้มตาดูดดุ้นเนื้ออย่างหิวโหยทำให้ผมเกร็งไปทั้งร่าง ทำไมจู่ๆแม่ถึงเป็นอย่างนี้ทั้งๆที่เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เองแม่ทำท่าเหมือนจะไล่ผมออกจากบ้านแต่ตอนนี้กลับทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ผมยืนเห็นแม่ขยับศีรษะเข้าออกกับหว่างขาของผมอยู่ชั่วครู่ก็เงยหน้าขึ้นริมฝีปากของแม่มันเยิ้มไปด้วยน้ำลายซึ่งก็เลอะบนท่อนเนื้อของผมจนเป็นคราบมันวับสองขาของผมสั่นระริกด้วยความเสียวที่ผ่านมาจากริมฝีปากของแม่และผมก็ต้องเซขึ้นไปนั่งบนเตียงเมื่อแม่ดึงตัวผมขึ้นไปนั่งบนเตียง“มานี่...เอก...” เสียงสั่นระริกของแม่ดังขึ้นทำให้ผมนึกภาพไปถึงหนังที่เคยแอบดู เพราะพอถึงตอนนี้ผมเริ่มจะรู้แล้วว่าแม่จะจบเรื่องนี้ยังไงพอคิดอย่างนั้น ก็ยิ่งทำให้ผมเสียวไปหมดทั้งตัวนี่แม่จะเล่นพิเรนทร์อะไรกับผมอีกเพราะเพียงแค่นี้ก็ทำให้ผมแทบขาดใจตายอยู่แล้วท่อนเนื้อที่เป็นมันวาวด้วยคราบน้ำลายของแม่แข็งเกร็งขึ้นราวกับหินผมมานั่งอยู่ขอบเตียงข้างๆแม่ พอสบตาแม่ ผมก็ต้องหลบตาเพราะแววตาของแม่นั้นมันมีประกายอะไรบางอย่างที่ผมก็บอกไม่ถูกเสียงหอบหายใจของแม่ยิ่งทำให้ผมนั่งเบียดท่อนขาไว้แน่นเพราะกลัวว่าแม่จะเห็นว่าท่อนเนื้อที่ตรงกลางนั้นมันบอกถึงความปรารถนาของเจ้าของอย่างไม่สามารถปิดบังได้...แต่แม่ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่นิดเดียวสองมือของแม่ดันร่างผมลงไปนอนหงายอยู่บนเตียงร่างขาวเนียนขยับตัวปีนขึ้นมาคล่อมอยู่บนร่างของผมสองเต้างามแกว่งไกวไปมาตามการขยับตัวแม่ขยับประชิดแนบใบหน้าลงกับใบหน้าผมและ...“อืมม...” ผมครางออกมาเบาๆเมื่อแม่ประกบริมฝีปากกับผมแนบแน่นปลายลิ้นเรียวเล็กร้อนผ่าวโผล่พ้นริมฝีปากเรียวงามไต่ตวัดไปมาอยู่บนริมฝีปากผมก่อนจะมุดแทรกเข้าไปภายในจนปลายลิ้นของเราสัมผัสกันผมสะดุ้งเฮือกไปทั้งร่างเหมือนถูกไฟชอร์ตเมื่อปลายลิ้นอ่อนนุ่มนั้นกวาดจนทั่วทั้งปากและตวัดลิ้นเข้าพันกับลิ้นของผมสองมือแม่ลูบไล้ทั่วร่างผมก่อนจะไปหยุดอยู่ที่กลางหว่างขาและเคล้นคลึงท่อนเนื้อที่แข็งราวกับหินนั้นอย่างแผ่วเบาจนผมต้องแอ่นตัวขึ้นรับความนุ่มนวลนั้นอุ้งมือของแม่รูดท่อนเอ็นของผมขึ้นลงช้าๆแต่มันยิ่งเพิ่มความเสียวให้ผมมากขึ้นไปอีก“แม่...แม่ครับ...ผม...” ผมครางเบาๆร่างแอ่นขึ้นลงตามอุ้งมือของแม่ที่ทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องแม่หยุดเสียงครางของผมด้วยริมฝีปากอ่อนนุ่มปลายลิ้นของแม่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพผมได้แต่นอนบิดไปมาด้วยความเสียวจนกระทั่งลิ้นเรียวงามของแม่แตะกับหน้าอกของผมริมฝีปากร้อนผ่าวประกบกับนมที่พึ่งแตกพานของผมผมแทบจะขาดใจตาย ชาไปหมดทั้งร่างเมื่อปลายลิ้นของแม่ฉวัดเฉวียนอยู่บนหัวนมทั้งสองข้างผมได้แต่นอนกระตุกร่างด้วยความเสียวอยู่อย่างนั้นจนรู้สึกว่าแม่พลิกตัวนอนหงายและดึงร่างของผมขึ้นไปนอนอยู่บนตัวแม่“เอก..เอก..ช..ช่วยแม่...ช่วยแม่ด้วย...”เสียงแหบพร่ากระซิบข้างหูของผมที่ตอนนี้พลิกตัวขึ้นไปนอนอยู่บนร่างขาวโพลนนั้นสองมือของแม่ป่ายเปะปะลูบไล้อยู่บนแผ่นหลังของผมผมคงจะต้องฆ่าตัวตายแน่ๆ ถ้าไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อถึงแม้จะไม่มีประสบการณ์เรื่องผู้หญิงมาก่อนแต่ธรรมชาติก็สอนให้ผมรู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน...ใบหน้าเย็นชาที่มองผมอย่างเรียบเฉยตั้งแต่เมื่อสมัยที่ผมยังเด็กจนผมแทบไม่อยากมองแต่ตอนนี้ผมกลับจูบไซ้ใบหน้านั้นจนทั่วก่อนจะมาประกบปากกับริมฝีปากที่เคยเชือดเฉือนผมมาตลอดเจ้าของริมฝีปากบางนั้นรีบเผยอริมฝีปากรอรับปลายลิ้นของผมที่สอดแทรกเข้าไปควานจนทั่วและตวัดพันลิ้นกับเจ้าของปากจนแทบแยกไม่ออกผมเล่นลิ้นอยู่อย่างนั้นจนพอใจก่อนจะค่อยๆเลื่อนใบหน้าลงมาซุกไซ้อยู่ตรงซอกคอแม่เงยหน้าครางเสียงกระเส่าเร้าอารมณ์ให้ผมยิ่งพลุ่งพล่านมากขึ้นไปอีกจนเมื่อใบหน้าผมซบอยู่กับร่องอกสองมือเลื่อนขึ้นมาประกบอยู่กับสองเต้าที่อ่อนนุ่มแต่ยังคงรูปงามอยู่ผมเคล้นคลึงเต้างามอย่างแผ่วเบา...“เอก...แรง...แรงกว่านี้...” เสียงเร่งเร้าของแม่ทำให้ผมบีบเคล้นเต้าทั้งสองหนักหน่วงขึ้นจนแทบแหลกคามือแต่แทนที่แม่จะเจ็บปวดกลับแอ่นอกขึ้นรับแรงบีบเคล้นนั้นด้วยความเต็มใจใบหน้าของผมที่ซบอยู่กับร่องอกค่อยๆขยับไต่ขึ้นไปหาปลายยอดที่แข็งชันรออยู่“อูยย...นั่น..นั่นแหล่ะ..เอก...นั่นแหล่ะ...”แม่สะท้านขึ้นทั้งตัวเมื่อริมฝีปากผมประกบเข้ากับเม็ดบัวปลายยอดผมเม้มปากดูดดึงหัวนมพลางใช้ปลายลิ้นตวัดไล้เลียอย่างเอร็ดอร่อยเสียงครางของแม่ดังขึ้นไปอีกสองเต้าของแม่ขยับขึ้นลงตามแรงหอบหายใจผมยังคงสลับริมฝีปากดูดดื่มความหอมหวานจากเต่งเต้าทั้งสองข้างจนเนินอกของแม่แดงช้ำไปด้วยแรงบีบเคล้นและเปียกเยิ้มไปด้วยน้ำลายที่ละเลงจนทั่วผมไล้ปลายลิ้นลงมาจนถึงหน้าท้องแบนราบโดยที่สองมือยังคงบีบเคล้นเต้างามทั้งสองอย่างหนักหน่วงเป็นจังหวะจนใบหน้าผมลงมาซบอยู่บนเนินเนื้อที่ปกคลุมด้วยไหมดำสนิทแม่เด้งเอวขึ้นอย่างลืมตัวเมื่อผมไล้ปลายลิ้นจนกลุ่มไหมงามนั้นเปียกชื้นไปด้วยน้ำลายมองเห็นเป็นเงาวาววับ“เอก..เอก..”แม่กระหืดกระหอบเรียกเมื่อผมค่อยๆซุกใบหน้าลงบนร่องเนื้อที่ดำสนิทไปด้วยเส้นไหมลาดยาวลึกลงไปถึงด้านหลังผมจับต้นขาของแม่ถ่างออกจากกันโดยที่ไม่ต้องใช้แรงแม้แต่นิดเดียวเพราะแม่รีบขยับตัวแยกขาให้ด้วยความเต็มใจเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นร่องรักของผู้หญิงอย่างชนิดที่เรียกว่าเห็นในระยะเผาขนอย่างนี้กลีบเนื้อสีน้ำตาลอ่อนของแม่ลากจากด้านบนที่มีปุ่มที่ไวต่อความรู้สึกยื่นออกมาจนเห็นเป็นเม็ดร่องนั้นยาวลึกหายไปด้านล่างปกคลุมไปด้วยสีดำที่ระเกะระกะตลอดทางจนแทบมองไม่เห็นร่องรักผมจ้องอย่างตื่นตะลึงเพราะภายในร่องรักนั้นเอ่อซึมไปด้วยหยาดน้ำขาวใสจนแทบจนล้นออกมาจากร่อง“เอก..” เสียงเตือนของแม่ดังขึ้นอีกครั้งทำให้ผมขยับใบหน้าเข้าหาร่องรักนั้นอย่างไม่นึกรังเกียจปลายลิ้นที่ทำงานอย่างหนักตอนที่ควานหาความหอมหวานจากสองเต้าด้านบนค่อยๆแตะลงในร่องรักก่อนที่จะลากขึ้นลงตามความยาวของร่องช้าๆ“อ๊ายย....”แม่กระตุกไปทั้งร่างเมื่อผมตวัดลิ้นอยู่บนติ่งเนื้อด้านบนและแทรกลิ้นเข้าไปภายในตอนนี้ใบหน้าผมแนบกับร่องเนื้อของแม่จนแนบสนิทกลิ่นคาวจากหยาดน้ำรักยิ่งทำให้ผมหมดความอดทนทีละน้อย...“เอก..แม่..แม่ไม่ไหว...แล้ว...”เสียงกระหืดกระหอบของแม่บอกให้ผมรู้ว่าบทจบของเรื่องนี้ควรจะเป็นยังไงผมขยับตัวขึ้นไปนอนประกบอยู่บนร่างขาวละเอียดของแม่และใช้หัวเข่าแยกต้นขาของแม่ออกจากกันแม่ขยับตัวเพื่อให้เข้าที่เข้าทางแยกขาออกจนสุดโดยที่ผมคล่อมอยู่บนร่าง...ผมเสียววาบอีกครั้งเมื่อแม่จับท่อนเนื้อที่แข็งเกร็งของผมรูดขึ้นลงช้าๆก่อนที่จะจ่อปลายหัวเข้ากับร่องรักที่เอ่อเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำใส“เข้ามาสิ...เอก...” แม่เอ่ยปากเสียงกระเส่าเอวขยับไปมารอท่อนเนื้อของผม ซึ่งก็ไม่ต้องให้แม่เตือนอีกผมค่อยๆดันท่อนเนื้อเข้าไปในร่องรักช้าๆรู้สึกเสียววาบไปหมดทั้งดุ้น แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันใจแม่เพราะแม่จับเอวของผมไว้แล้วกดเอวของผมลงกับช่วงล่างของแม่อย่างรวดเร็วจนเนินเนื้อของแม่บดกับท่อนเนื้อของผมจนมิดดุ้น“โอยยยย......”ผมครางสุดเสียงเมื่อท่อนเนื้อจมหายเข้าไปในร่องรักของแม่จนหมดความอุ่นชื้นภายในโพรงรักทำให้ผมเสียวปลาบไปทั้งดุ้น“ทำสิ...ทำสิเอก...เอก..”แม่ครวญครางเสียงดังลั่นห้องโดยไม่กลัวว่าใครจะได้ยินเอวขยับไปมาเหมือนจะเตือนให้ผมต่อเรื่องให้จบซะทีผมกดท่อนเนื้อนิ่งอยู่ในร่องรักของแม่อยู่ชั่วครู่เพื่อซึมซับความเสียวที่ได้รับอย่างไม่คาดฝันโพรงรักของแม่ขมิบตอดดุ้นเนื้อของผมอย่างรุนแรงจนรู้สึกได้ผมจ้องใบหน้าที่เคยเย็นชากับผมมาตลอดซึ่งตอนนี้ไม่เหลือเค้าเดิมแม้แต่น้อยก่อนที่จะโยกตัวดึงท่อนเอ็นเข้าออกในร่องรักของแม่ช้าๆ“อูยย..อย่างงั้น...อย่างงั้นแหล่ะ..เอก..”เสียงครางกระเส่าของแม่ดังเข้ากับจังหวะที่ผมโยกเอวเข้าใส่ลิ้นเรียวเล็กเกลี่ยริมฝีปากบางที่แห้งผากจนผมต้องประกบปากเข้ากับริมฝีปากที่เคยดุด่าผมมาสารพัดแม่รีบตวัดม้วนลิ้นเข้าพันกับผมอย่างแทบไม่หายใจในห้องมีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงครวญครางของทั้งผมและแม่ดังระงมดุ้นเนื้อที่ซอยเข้าออกในร่องรักค่อยๆเร่งความเร็วและความหนักหน่วงขึ้นตามอารมณ์ของผมที่ค่อยๆแตกกระเจิงมากขึ้นเรื่อยๆอีกทั้งเสียงร้องครางและเรือนร่างของแม่ที่บิดไปมายิ่งทำให้ผมหมดเสียวซ่านมากยิ่งขึ้นไปอีกจนต้องบดกระแทกท่อนเนื้อเข้าใส่ร่องรักของแม่อย่างไม่กลัวว่าเนินเนื้อของแม่จะบอบช้ำแต่มันกลับกลายเป็นยิ่งทำให้แม่ส่งเสียงครวญครางดังขึ้นไปอีก...“เอก...เอก...ระ...เร็ว...แม่..แม่..”เสียงแม่ครางกระหืดกระหอบร่องรักของแม่เริ่มบีบรัดท่อนเนื้อของผมแน่นขึ้นเรื่อยๆแม้จะไม่รู้ว่าแม่เป็นอะไรแต่ธรรมชาติก็บอกให้รู้ว่าผมไม่สามารถอดทนได้อีกแล้ว..“แม่...แม่...ผมจะ..ผมจะเสร็จ...”ผมบดกระแทกท่อนเนื้อเข้าใส่ร่องรักของแม่อย่างถี่ยิบร่างของแม่แอ่นขึ้นรับการบดกระแทกจนเอวแทบไม่แตะพื้น“เอก...” แม่ร้องครางเรียกชื่อผมดังลั่นก่อนจะกอดเอวของผมไว้แน่น ร่างของแม่เหยียดเกร็งร่องรักบีบจนท่อนเนื้อของผมแทบขยับไม่ได้...ถึงจะไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร แต่ผมก็เสียววูบไปทั้งร่างกระแทกท่อนเนื้ออีกครั้งก่อนบดเอวแนบแน่นกับร่างของแม่จนดุ้นเนื้อจมหายเข้าไปในร่องรักจนมิด“โอยย....” ผมครางเสียงลั่นก่อนจะเกร็งท่อนเนื้อปลดปล่อยน้ำรักเข้าใส่ร่องรักของแม่อย่างทะลักทลายร่างของแม่สะท้านเฮือกขึ้นมาอีกครั้งแอ่นช่วงเอวขึ้นรับน้ำรักของผมที่ฉีดพุ่งเข้าไปเหมือนไม่มีวันหมด..........................................................................แม่นอนหายใจระรวย เหงื่อซึมทั่วใบหน้าอยู่บนเตียงร่างงามที่ถูกผมบดขยี้จนแดงช้ำไปหมดยังคงนอนหงายอยู่อย่างนั้นร่องรักของแม่มีหยาดน้ำรักของผมเอ่อเยิ้มออกมาไหลล้นลงสู่ซอกขาหายลงไปบนผ้าปูเตียงโดยที่ผมพลิกตัวลงมานอนด้านข้างผมไม่กล้าหันไปมองหน้าแม่ ความคิดของผมสับสนไปหมดทำไมถึงเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นผมนึกไม่ออกว่าทำไมแม่ถึงได้มีอารมณ์พลุ่งพล่านอย่างรุนแรงขึ้นมาเหมือนเมื่อกี้นี้แล้วหลังจากนี้จะเป็นยังไงต่อ...กำลังนอนคิดด้วยความกังวลผมก็ต้องสะดุ้งเพราะรู้สึกว่าแม่จะพลิกตัวหันมาทางผม“แม่ครับ...เอ่อ..ผม...ผม..”ผมไม่รู้จะพูดยังไงก็ต้องตกใจเพราะแม่เอื้อมมือมากอดผมอีกครั้งฝ่ามือลูบไล้หลังผมเบาๆก่อนจะวกกลับมาด้านหน้าจนอุ้งมือสัมผัสกับท่อนเนื้อที่พึ่งจะคลายตัวลงปลายนิ้วทั้งห้าที่สัมผัสดุ้นเนื้อค่อยๆบีบคลึงอย่างแผ่วเบาจนผมขนลุกซู่ทั้งๆที่พึ่งปลดปล่อยน้ำรักออกไป แต่สัมผัสที่ได้รับทำให้ท่อนเนื้อของผมขยับตัว“แม่...แม่...เป็นอีกแล้ว...”เสียงแหบพร่าของแม่ดังขึ้นอีกครั้งอุ้งมือที่บีบเคล้นดุ้นเนื้อของผมอยู่รูดเข้าออกช้าๆอย่างเป็นจังหวะจนมันแข็งตัวขึ้นมาอีกครั้งผมใจหายวาบ“แต่...” ผมพยายามจะท้วงแม่เอามือปิดปากก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกบริมฝีปากบางเฉียบเข้ากับริมฝีปากของผมแววตาที่จ้องมองผมนั้นเปล่งประกายหยาดเยิ้มจนผมต้องหลบตาคืนนี้สงสัยว่าผมคงต้องนอนค้างที่ห้องของแม่เสียแล้วล่ะ....................................................................เช้าวันรุ่งขึ้น ผมลืมตาขึ้นมารู้สึกอ่อนเพลียอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนสายตาหยุดชะงักมองเพดาน เพราะนี่ไม่ใช่ห้องของผมผมหันขวับไปมองด้านข้างก็ต้องตกใจเพราะมองเห็นร่างของแม่ที่นอนเปลือยเปล่าหลับสนิทอยู่ข้างตัวผมส่วนตัวผมนั้นก็ไม่มีเสื้อผ้าอยู่บนร่างแม้แต่ชิ้นเดียวความตกใจทำให้ผมทะลึ่งตัวลุกขึ้นนั่งทันทีแล้วก็ต้องรีบเอาผ้าห่มขึ้นมาบังท่อนล่างของตัวเองเพราะมันไม่มีอะไรปกปิดอยู่เลยส่วนแม่ก็นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงผมมองดูบนเตียงก็ต้องตกใจเพราะผ้าปูที่นอนบนเตียงแม่ยับยู่ยี่จนแทบจะหลุดออกจากที่นอนและที่ยิ่งกว่านั้นก็คือมีคราบอะไรบางอย่างเลอะบนเตียงเป็นดวง“เมื่อคืนเอกทำอะไรแม

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21